 | | ในเขตพื้นที่หาดถ้ำธง อ.ประทิว จ.ชุมพร ตามถนนเลียบชายทะเลที่ออกมาจากหาดบางเบิดเส้นทางกลับสู่จังหวัดชุมพร จะเห็นเนินทรายขนาดใหญ่ อยู่ริมถนนเป็นระยะทางยาว มีป้ายบอกไว้ว่า "หนึ่งในสยาม เนินทรายงามที่ชุมพร" มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเนินทรายงาม เพื่อการเรียนรู้และอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นแผ่นหินเรียงเป็นทางเดินระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินประมาณ 45 นาที |
 | | เนินทรายงาม ของจังหวัดชุมพรแห่งนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากอิทธิพลของพายุริมฝั่งทะเลในฤดูมรสุม ที่พัดพาทรายมาทับถมกันกลายเป็นเนินเขาขนาดย่อม ๆ ประกอบกับอิทธิพลของความแห้งแล้ง ทำให้เนินทรายแห่งนี้มีลักษณะเหมือนทะเลทราย กลางวันมีอากาศที่ร้อนมาก เหมาะที่จะมาเที่ยวชมในช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็น |
 | | สำหรับสันทรายยักษ์แห่งนี้มีอีก 1 ชื่อ คือ “สันทรายบางเบิด” มีพื้นที่รวมกว่า 30 ไร่ สูงร่วม 20-30 เมตร ยาวประมาณ 10 กิโลเมตร ทอดตัวยาวขนานไปตามแนวชายหาดบางเบิด ในพื้นที่รอยต่อของ 2 จังหวัด คือ ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร การเกิดขึ้นของสันทรายลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นยากมากๆ ต้องอาศัยความเหมาะเจาะลงตัวของสภาพพื้นที่และเงื่อนไขของธรรมชาติอีกหลายประการ |
ไม่ว่าจะเป็น การยกตัวของชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง(ในยุคอดีต) การขึ้นลงของระดับน้ำทะเล การตั้งอยู่ในพื้นที่กระแสลมแรง การมีขนาดของเม็ดทรายชายทะเลที่มีขนาดเล็กมากและน้ำหนักเบา ชนิดที่สามารถล่องลอยตามกระแสลมพัดพาไปสะสมในระยะไกลๆได้ นอกจากนี้ลักษณะของสภาพชายหาดก็เป็นสิ่งสำคัญ ต้องเป็นหาดทรายชายทะเลที่กว้างพอที่จะทำให้เวลาน้ำขึ้น-น้ำลง เม็ดทรายบนชายหาดแห้งจนไม่มีแรงยึดเกาะระหว่างเม็ดทราย ทำให้เม็ดทรายสามารถปลิวลอยไปตามกระแสลมได้ ด้วยเงื่อนไขของธรรมชาติที่เอื้อต่อการเกิดเป็นสันทรายขนาดใหญ่ของหาดบางบิด จึงได้ก่อให้เกิดเป็นเนินทรายขนาดใหญ่ ที่เป็นประกฎการณ์มหัศจรรย์ ที่บนโลกนี้มีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ดังนั้นครั้งหนึ่งในชีวิต ก็น่าจะหาโอกาสไปดูความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ณ เนินทรายงาม หาดบางเบิดแห่งนี้ดูซักครั้ง แล้วจะรู้ว่า เมืองไทยยังมีสิ่งดีๆ ที่น่าสนใจซ่อนเร้นรอให้เราไปเยี่ยมชมและสัมผัสอีกเยอะแยะมากมาย
้อมูลเนินทราย บ้านบางเบิด ชุมพร ลักษณะพื้นที่เป็นเนินทรายชายทะเล เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงปลายสมัยไพลสโตซีน (Late Pleistocene Epoch or Ice Age) หรือช่วงปลายของยุคน้ำแข็งประมาณ 1.8 ล้าน ถึง 14,000 ปีก่อนปัจจุบัน น้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่ทั่วโลกเริ่มหลอมละลาย ระดับน้ำทะเลจึงต่ำกว่าในระดับปัจจุบัน เมื่อถึงสมัยโฮโลซีน (Holocene Epoch) ประมาณ 14,000 ปีอ่นปัจจุบัน น้ำแข็งทั่วโลกหลอมละลาย ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงกว่าปัจจุบัน ทำให้เกิดการรุกล้ำของน้ำทะเล (Transgression) ส่งผลให้พื้นดินในปัจจุบันที่อยู่ริมฝั่งทะเล ริมแม่น้ำ ปากแม่น้ำ และที่ราบชายฝั่งถูกน้ำมะเลท่วมถึง เขาเบิด เขาถ้ำธง เขาหมอน เขาแหลมใหญ่ และภูเขาหินปูนหลายแห่งในพื้นที่กลายสภาพเป็นเกาะ จากนั้น 1,500ปีก่อนปัจจุบัน น้ำทะเลก็ถอยกลับมาอยู่ในระดับน้ำทะเลปัจจุบัน การรุก และการถอยกลับของน้ำทะเล (Regression) 2ครั้ง ทำให้เกิดสันทรายและเกาะสันดอนปิดกั้นอ่าว (Barrier island) ปิดกั้นน้ำทะเลบางส่วนให้อยู่ด้านหลังของเทือกสันทราย ทำให้เกิดทะเลหลง(Lagoon) ขึ้นในเวลาต่อมา หลังจากนั้นบริเวณชายฝั่งที่เป็นร่องมรสุมพัดผ่านมีกระแสลมแรง หรือมีลมพายุรุนแรงพัดผ่อนเป้นประจำ ประกอบกับด้านหน้าทะเลเปิดโล่ง ไม่มีเกาะต่างๆปิดกั้น ชายหาดมีความลาดชันน้อย เมื่อน้ำทะเลลดลงทำให้ชายหาดมีความกว้าง ประกอบกับขนาดเม็ดทราย มีความระเอียดมาก มีน้ำหนักเบา ซึ่งเรียกว่าทรายแป้ง (เมื่อเดินจะทำให้มีเสียงเสียดสีระหว่างเม็ดทราย) ทำให้มีการพัดพาเม้ดทราย โดยกระแสลมมาพัดถมกันเกิดเป็นเนินทรายชายฝั่ง (Coastal Dune) หรือ Sand Dune ขึ้น ส่วนพื้ที่ทะเลหลง (Lagoon) เมื่อเกิดการทับถมของซากพืชซากสัตว์มากขึ้น ก็กลายเป็น Peat จึงเรียกว่า พรุ (Peat Swamp) ซึ่งมีตะกอนทะเล (Marine Clay) ตกค้างอยู่ด้านล่างทำให้ดินเปรี้ยว พรุที่มีดินพีท (Peat Swamp) ในที่น้ำทะเลลึกจะมีป่าพรุ และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ สัตว์ป่า ปัจจุบันพรุตื้นเขินมาก น้ำกร่อยกลายเป็นน้ำจืด จึงพบไม้เสม็ดขึ้นอยู่ทั่วไป เนินทรายที่เกิดขึ้นที่เห็นได้เด่นชัด ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลระหว่างเขาเบิด บ้านพุ หมู่ที่5 ถึงเขาแหลมใหญ่ บ้านถ้ำธง หมู่ที่3 ตำบลปากคลอง อ.ประทิว จังหวัดชุมพร อีกทั้งใกล้กับพื้นที่เนินทรายยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่ทางโครงการได้สำรวจแล้วทั้งที่ได้รับการพัฒนาประชาสัมพันธ์ และยังไม่ได้รับการพัฒนา เช่น การทำกิจกรรมหมู่บ้านปลา ธนาคารปู กล้วยไม้ป่าที่บานตลอดทั้งปีขึ้นอยู่ในพรุที่มีความลึกถึง 12 เมตร มีกล้วยไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นถึง2ชนิด (แต่ยังไม่ได้รับการพัฒนาในพรุหนองยายชี) ถ้ำเก้าห้องที่เขาหมอน และถ้ำอีกหลายแห่งซึ่งยังไม่ได้รับการพัฒนารวมทั้ง การชมค่างแว่นถิ่นใต้ นั่งเรือรอบเกาะเวียง ชมนกแก๊ก (นกเงือกขนาดเล็กซึ่งการชมนกเงือกปกติต้องเข้าป่าลึก) ดูเลียงผา ช่วงเช้าที่กระชังปลาข้างเกาะเวียง หรือการดำน้ำดูปะการัง และเรือรบญี่ปุ่น เป็นต้น หากแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ได้รับการพัฒนาหลายพื้นที่มีศักยภาพ ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชม ได้อย่างต่อเนื่อง
สนใจไปดำน้ำดูปะการัง ณ ทะเลหาดบางเบิด ร่วมกับเกาะทะลุทัวร์ & จันทิมารีสอร์ท ติดต่อได้ที่ โทร. 08-1006-8001 , 08-5292-1866 หรือ 098-064-1749
เกาะทะลุทัวร์ / จันทิมารีสอร์ท
www.kohtalutour.com / www.chanthimaresort.com2/48 ม.5 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร 92170
Hotline - 08-1006-8001
Mobile - 08-5292-1866 , 098-064-1749
Tel - 032-817290 / Fax 032-817250E-mail:chanthimaresort@hotmail.com
โอนเงินจองโปรแกรมล่วงหน้า 30% เข้าบัญชี คุณจันทิมา แก้วเทียมทอง
ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางสะพาน เลขที่บัญชี 592-0-09100-5
ปลาดาว ปลาสวยงาม หอยมือเสือ ดอกไม้ทะเล เกาะทะลุ ปลานีโม่ เกาะทะลุทัวร์ ดำน้ำดูปะการัง เกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังข์ ที่พักบางเบิด หาดบางเบิด ที่พักบางสะพานน้อยไปดูรูทะลุ แปลกแต่จริง KohTalu Thailand จันทิมา รีสอร์ท บางเบิด สวัสดีครับ ทุกท่านที่เข้ามาชมบล็อคคิดว่าถ้าเอ่ยชื่อ..เกาะทะลุ หลายท่านคงร้องอ่อ เพราะเคยไปมาแล้ว หรือเพื่อนเคยเล่าให้ฟัง อยูที่อำเภอ บางสะพานน้อย นี่เองอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย ใช่ไหมครับ ที่นี่คือ สุดยอดแหล่งดำน้ำชั้นดีของอ่าวไทย เลยทีเดียว ทีแรกผมก็ไม่ ชอบ ไม่เชื่อ ทั้งที่ตัวเองทำธุรกิจเกี่ยวกับ รีสอร์ท และดำน้ำเกาะทะลุโดยตรง คือ เกาะทะลุทัวร์ จันทิมารีสอร์ท สำนักงานที่ตั้งอยู่ที่ หาดบางเบิด ทะเลสุดสวยของรอยต่ออำเภอ บางสะพานน้อย กับ อำเภอ ปะทิว ซึ่งมีทรัพยากรณืการท่องเที่ยวมากมาย ที่สวยงามแบบธรรมชาติ และนี่คือ ภาพจริง เสียงจริง ของ sunitjo ที่ได้ไปสัมผัสความสวยงามของเกาะทะลุ และเกาะสังห์ โดยเฉพาะเกาะสังห์นั้นตื้นมาก สามารถว่ายเข้าเกาะได้ มีทรายสามารถยืนได้อย่างสบาย แบบไม่เหนื่อยเลย ตามไปชมภาพกันแบบสดๆ จากเหตุการณ์จริงครับ ตามผมมา.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น